บทที่ 3 บทที่ 3

            “อืม...ไม่คุ้นเลยแหะ” ญดารินทร์บ่นเบาๆ มองสาวที่สะท้อนในกระจกที่มองเธอกลับมาอย่างไม่คุ้นเคย ขณะที่เพื่อนสาวที่อาสามาแปลงโฉมให้กับเธอ มองผลงานของตัวเองอย่างภูมิใจ ถึงกับขอเก็บภาพก่อนและหลังเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นผลงานของตัวเองเอาไว้นำเสนองาน

“แกนี่แต่งแล้วสวยมากเลยนะ ยัยหญิง”

“ฝีมือแกเทพมาก แปลงร่างฉันได้อะยัยเจ๊แมน” เพื่อนที่ชื่อแมน แต่ไม่ใช่แมน มองแล้วก็ค้อนน้อยๆ เขาเป็นกะเทยหนุ่มหุ่นดีมีซิกแพค มีหนวดเครา ดูแล้วก็จะงงหน่อยๆ งานหลักคือขายลูกชิ้น งานรองคือรับแต่งหน้า ดูเหมือนงานรองจะแซงงานหลัก เพราะมีฝีมือดีและเริ่มดังในแอพจากลีลาการไลฟ์ของเขา

“งานเร่ง งานด่วนก็ตามได้ย่ะ ราคากันเอง หนหน้าห้าพัน”

จำนวนตัวเลขที่บอกทำให้ญดารินทร์ตาโต ขณะที่เจ๊แมนขำกิ๊กกับท่าทางของเพื่อนสาว เขากับหล่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ตอนแรกๆ ใครก็นึกว่าเป็นแฟนกัน นั่นเพราะเจ๊แมนขอไว้ ให้เธอควงกับเขาเอาไว้กลบเกลื่อนความเป็นกะเทย เจ๊แมนเพิ่งจะมาสาวแตกเมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง หลังจากแอ๊บมาอย่างเข้มข้น เนื่องจากกลัวพ่อรับไม่ได้และไล่ยิงเอา ข้อหาเป็นลูกชายคนเดียวแต่เสือกเป็นกะเทย...แกกลัวจะไม่มีทายาทสืบทอด กลัวคำครหา ธรรมดาที่คนเป็นพ่อจะรับเรื่องแบบนี้ได้ยาก ยิ่งคนหัวโบราณและเป็นทหารแมนทั้งแท่งแบบพ่อของเจ๊แมนด้วยแล้ว ก็ยิ่งยากเกินกว่าจะรับไหว

กว่าจะรับได้ก็ดราม่ากันยาวๆ ญดารินทร์ก็มีส่วนช่วยเจ๊แมนพอสมควร เธอถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับเจ๊แมนหลอกทางพ่อแม่ของเจ๊แมน ทางนั้นอุตส่าห์ใฝ่ฝันจะได้เธอเป็นศรีสะใภ้ ก็ต้องขอโทษขอโพย และปลอบใจพวกท่านมากมาย สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยดี? แต่ก็ไม่เรียกว่าดีเท่าไหร่ เพราะเจ๊แมนได้คำขาดยื่นมาว่า ถ้ายังไม่รุ่งกับทางกะเทย มีครอบครัวที่ดีไม่ได้ ก็ต้องแต่งงานแต่งการมีทายาทให้กับพ่อแม่...และข้อแม้นั้นคือเจ้าสาวจะต้องเป็นผู้หญิงเสียด้วย

เฮ้อ...

ชีวิตของเพื่อนแลจะวุ่นวายไม่เลิก เจ๊แมนบอกว่าถึงเวลาถ้าตอนนั้นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างญดารินทร์ยังไม่มีผัว ก็จงพิจารณาเจ๊แมนไว้เป็นผัว และมีทายาทให้พ่อกับแม่ของเธอด้วยกัน ท่านจะได้เลิกวุ่นวายคาดหวังเสียที

โอ๊ย...พูดง่ายนะอีเจ๊แมน...

อาจจะเพราะแบบนี้ส่วนหนึ่งนั่นแหละ ญดารินทร์เลยเวอร์จิ้นโสดมายาวๆ ก็เพราะเพื่อนกะเทยแอ๊บแมนของเธอนี่แหละ

“อีแมน คิดกับเพื่อนลงเหรอ”

“ล้อเล่นย่ะ กะแกใครจะไปคิดลง นางฟ้าของชีวิตกะเทยน้อยๆ จะต้องตอบแทนทุกสิ่งนั่นแหละย่ะ” พูดไปมือก็เก็บของไปด้วย แล้วก็กำชับกำชาเพื่อน ที่ตอนนี้ก้มลงมองหน้าอกตัวเอง ที่มันดูมๆ อูมๆ ขนาดเปลี่ยนคัพจากคัพเอกระโดดเป็นคัพซี

“ไปแดกข้าวอย่างเดียวใช่ปะนังหญิง งานของแกอะ ทำไมแกจะต้องไปรับงานนอกอะไรแบบนี้ด้วยอะ แกช็อตเหรอ? มันเสี่ยงนะเว้ย”

“อื้อ...กินข้าวอย่างเดียว” ตอบไปก็ย่นจมูกนิดๆ อย่างลังเล ไม่แน่ใจเท่าไหร่แหะ...ก็เธอไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน แต่เงินก็รับมาแล้ว แถมอรนุชก็รับประกันว่าไม่มีอย่างอื่นนอกจากเพื่อนกินข้าว กับดื่มอีกนิดหน่อย

“ถ้ามีอะไรแปลกๆ ลูกค้าแกจ้องจะทำอะไร ติดต่อเจ๊แมนได้นะ จะไปรับบทเสียบแทน” คำพูดของแมนทำให้เธอทำตาโต แล้วทำตาปริบๆ คำพูดนั้นมันฟังแล้วชวนคิดลึกพิกล

“แกจะไปเสียบ...อะไรเค้าอะอีเจ๊”

“วุ้ย...” เจ๊แมนหัวเราะร่า ญดารินทร์นั้นท่าทางนิ่มๆ เรียบร้อย แต่ก็มีมุมทะลึ่งทะเล้น ซึ่งเฉพาะกับเพื่อนเลิฟอย่างเธอเท่านั้นแหละที่จะเห็นมุมนี้ของเพื่อนซี้

“ก็ถ้าหล่อล่ำเกาหลีญี่ปุ่น อิไตเดซึเกะ อิคึๆ ฉันก็พร้อมจะทั้งเสียบและให้เค้าเสียบ”

“โอ๊ย...”

“แบบเหมือนท่านประธานบริษัทของแกอะ แบบนั้นอะ ใช่เลย...”

คำว่าท่านประธานบริษัททำให้ญดารินทร์ใจเต้นขึ้นมานิดๆ ท่านประธานบริษัทคนใหม่ ผู้ออกกฎซึ่งทำให้พนักงานพากันหัวจะปวด และวุ่นวายไปทั้งออฟฟิศและโรงงาน ด้วยข้อที่ว่าห้ามเป็นคู่รัก ห้ามมีสามีภรรยาทำงานแผนกเดียวกัน ตึกเดียวกัน ทั้งโสด ทั้งหล่อ...และทั้งทำให้ทุกคนป่วนไปพร้อมๆ กัน

ตอนนี้ใครที่เป็นแฟนกัน ไม่อยากย้ายแผนกก็ต้องปิดความสัมพันธ์ ดูแล้วก็อิลักอิเหลื่อ วุ่นวายกันพิกลล่ะ มันก็จะมีลูกอีช่างฟ้อง เอาความไปฟ้องหัวหน้าแผนกบุคคล ทำให้สถานการณ์ในบริษัทตุ่ยๆ ไม่ค่อยสดชื่น บางคนก็หัวหมอ แอบดูแอบอัดคลิปแล้วเอาไปแบล็กเมล์คนที่เป็นคู่รักและปกปิด มีแต่เหตุน่าปวดหัวทั้งนั้นในตอนนี้

“ท่านประธานหนุ่มอะนะ” เธอก็เรียกเขาว่าท่านประธานหนุ่ม เหมือนที่คนทั้งบริษัทเรียก เขามาแค่ห้าเดือน แต่ก็สร้างหลายปรากฎการณ์ให้กับบริษัทมากมาย ตัวญดารินทร์เคยเห็นเขาไม่กี่ครั้ง เห็นทีไรก็แอบใจสั่น เพราะเขาหล่อมาก...และตอนนี้เขากำลังเริ่มดังในโซเชียล เหตุก็เพราะมีรายการมาสัมภาษณ์เขา ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ นั่นแหละ ท่านประธานหนุ่มยูยะ ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ก็ดังยังกะพลุแตกในช่วงข้ามคืนเลยทีเดียว

“ย่ะ...เค้ารับสมัครคนขับรถปะยัยหญิง”

“ทำไมแกจะไปสมัครเหรอ” ญดารินทร์ย่นจมูกน้อย เธอขัดใจกระดุมเสื้อชุดนี้เหลือเกิน มันเปิดอ้าผ่าลึกจนเห็นเหมือนเธอมีร่องอก ทั้งที่เธอไม่มี....เจ๊แมนเก่งมาก เสกนมให้เธอทันตาได้ขนาดนี้

“เอ่อสิ อยากไปสมัคร อยากไปเล้าหรือ อยากไปเล้าโลม”

“อีเจ๊! ท่านประธานห้ามมีแฟนในออฟฟิศย่ะ กฎเหล็กของเขาเลย ถ้าแกจะมาสมัครเพื่อการนั้น แกจะต้องโดนไล่ออกแน่ๆ”

“ก็ไม่ได้คิดจะทำงานถาวร อยากแค่ไปใกล้ชิด”

หน้าตาและจริตของเพื่อน เล่นเอาเธอหัวเราะชอบใจ ก่อนที่เจ๊แมนจะจับเธอหมุนอีกรอบเพื่อดูความเรียบร้อยอย่างพึงใจ

ผมที่เกล้ามวยเป็นประจำของญดารินทร์ ถูกปล่อยและไดร์ตรง ผมของเธอดกหนาเป็นมันและยาวสลวย เพียงแค่ใส่ออยบำรุงเล็กน้อยก็สวยพลิ้ว เธอเพิ่งรู้ว่าผมของเธอยาวจนถึงกลางหลัง เพราะไม่ได้สนใจกับมันมานานมาก

ใบหน้ารูปหัวใจ ถูกแต่งไว้แบบเหมือนไม่ได้แต่ง...เน้นปากด้วยสีชมพูกุหลาบน่าจูบ และปัดขนตาให้งอนเป็นธรรมชาติ หน้าตาของเธอที่น่ารักอยู่แล้วยิ่งโดดเด่นเมื่อแต่งด้วยลุ๊คใสๆ น้อยแต่มากแบบนี้

ชุดเดรสสีชมพูนู้ด แบบกระดุมหน้า คอวี แขนตุ๊กตา แบบของมันเน้นรูปร่าง ที่ถูกเสริมอย่างเนียนๆ ด้วยอุปกรณ์เสริมอึ๋ม อัพหุ่นจากเจ๊แมน ก็ทำให้ญดารินทร์มีทรวงทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทรายขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ กระเป๋าสะพายแบรนด์ดัง สายโซ่ และนาฬิกาแบรนด์หรู เป็นของให้ยืมจากอรนุช เพื่อเสริมความดูดีมีราคา เรียกได้ว่าคนรู้จักมาเจอญดารินทร์ตอนนี้ก็คงจะแทบจำไม่ได้เพราะเธอไม่เหมือนทุกวันเลยจริงๆ

รองเท้าส้นสูงสามนิ้ว ถูกเสริมเพิ่มมาอัพความสูงให้สาวตัวเล็ก ญดารินทร์เม้มปากนิดๆ รู้สึกชอบ...ที่วันนี้ตัวเองดูดี ดูสวยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่จะให้ทำทุกวันก็คงจะไม่ไหวแหะ เพราะไม่มีเวลา...

เธอแบ่งเงินให้เจ๊แมนค่ามาแต่งหน้าให้เธอไปสามพัน เหลืออีกสองหมื่นนิดๆ เธอจะได้เอาไว้เป็นค่าแอร์ เธอไม่ได้บอกเพื่อนสนิทว่าตอนนี้กำลังกรอบ...เนื่องจากบิดาเพิ่งจะก่อเรื่องให้ไปหมาดๆ เฮ้อ...จะไม่ให้ก็ไม่ได้ เพราะเธอเหลือแค่พ่อคนเดียว แล้วท่านก็ไม่ได้เป็นพ่อที่ไม่ดีเลยเสียทีเดียว อย่างน้อยๆ ท่านก็ดูแลส่งเสียเธอจนเรียนจบ มีชีวิต มีอาชีพไว้เลี้ยงตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อ

ถ้างานกินข้าวหนนี้เป็นไปด้วยดี...

อีกสักงานสองงานก็ดีนะ

ญดารินทร์บังเกิดความคิดวูบขึ้นมา แล้วก็ถอนใจ อย่างว่าแหละเธอจำเป็นต้องใช้เงิน...การที่ยอมรับงานอะไรแบบนี้ก็เพราะความจำเป็นนี่แหละ

“แน่ใจนะนังหญิง ว่าแค่เพื่อนกินข้าว ไม่ใช่ว่าไปให้เขากิน”

เจ๊แมนยังคงย้ำ เหมือนห่วงญดารินทร์จริงจัง เขาอยากจะเฝ้ารับเพื่อนด้วยซ้ำ แต่ก็จนใจ เพราะมีภารกิจงานออกร้านขายลูกชิ้นรออยู่ ทิ้งงานก็ไม่ได้เสียด้วย

“แน่ใจ”

ปากตอบเขาไปแต่ใจก็เต้นตึกๆ เธอบังเกิดความกลัวขึ้นมาแวบหนึ่ง...แต่เอาเถอะ...เธอไว้ใจอรนุชได้นั่นแหละ

“ถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่แค่เพื่อนกินข้าว เกิดว่าแกมีเหตุด่วนเหตุร้ายก็เรียกนะยะ”

เจ๊แมนยังคงย้ำ ขณะที่จอดรถและมองสถานที่นัดของเพื่อน ภัตตาคารหรูแห่งนี้เขาพอจะรู้จัก ดูก็ไม่น่าจะมีอะไร

ญดารินทร์ย้ำกับเขาอีกรอบ ว่าถ้ามีอะไรจะรีบโทรบอก ไม่เกินห้าทุ่มก็น่าจะเสร็จงานล่ะ เจ๊แมนย้ำอีกหนว่ากลับแล้วก็โทรบอกด้วยล่ะ จะได้ไม่ห่วง...ก่อนจะออกรถจากไป

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขาสั่นเล็กน้อย แล้วก็ตบแก้มตัวเองเบาๆ เหมือนจะเรียกพลังความมั่นใจ

“แค่เพื่อนกินข้าว...งานสางบัญชีส่งสรรพากรของบริษัทยากกว่านี้อีก แกต้องทำได้นะยัยหญิง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป